การประกวดภาพถ่ายบันทึกประวัติศาสตร์ช่วงเหตุการณ์ COVID-19 ภายใต้หัวข้อ “…จนกว่าจะพบกันใหม่”

สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดประกวดภาพถ่ายที่บันทึกเหตุการณ์และแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง การปรับตัวทั้งทางด้านสังคมและวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนไทยทั้งประเทศ  รวมถึงการปรับปรุงสภาพสังคมบ้านเรือน มาตรการป้องกันต่างๆในช่วงสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรน่า โดยภาพถ่ายทั้งหมดที่ผ่านการคัดเลือกจะได้นำส่งมอบให้กับหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อร่วมบันทึกเป็นจดหมายเหตุของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญครั้งหนึ่งของประเทศไทย

เปิดรับผลงาน ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2563

รางวัล

  • รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 30,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
  • รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 10,000 บาท   
  • รางวัลชมเชย จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 3,000 บาท 

ช่องทางการสมัคร

กรอกใบสมัคร และส่งไฟล์ภาพผลงานผ่านระบบเว็บไซด์ของสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ที่ www.rpst.or.th ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2563 เวลา 18.00.

ทั้งนี้ ผู้ประสงค์จะส่งภาพถ่ายเข้าประกวดจะต้องลงทะเบียนสมัครในระบบเว็บไซด์ของสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยผู้สมัครจะต้องกรอกรายละเอียด พร้อมสร้าง username และ password ขึ้นมาเอง และจะสามารถเข้าเว็บไซด์เพื่อทำการ upload ภาพถ่ายได้ทันที และสามารถเปลี่ยนภาพที่ส่งได้ตลอดเวลาจนถึงวันปิดรับการส่งภาพ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 092 654 9446

คณะกรรมการตัดสิน (Panel of Judges)

  • นาย ดาว วาสิกศิริ (Mr. Dow Wasiksiri)
    President of The Royal Photographic Society of Thailand
  • นาย นิติกร กรัยวิเชียร (Mr. Nitikorn Kraivixien)
    Director of Art and Culture, Thai Beverage Public Company Limited
  • นาย จุฬวิศว์ ศานติพงศ์ (Mr. Chulawit Santipong)
  • นาย ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ (Mr. Tul Hirunyalawan)
  • นาย อดุล ตัณฑโกศัย (Mr. Adul Tanthakosai)
  • นาย วรรณพงษ์ สุรโรจน์ประจักษ์ (Mr. Wannapong Surarochprajak)
  • นาย ณภัชป์ รัตนศักดิ์ (Mr. Naphat Ratanasakdi)

กติกา และ เงื่อนไขในการประกวด

  1. ผู้สมัคร เป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
  2. ผู้สมัคร 1 คน มีสิทธิ์ส่งภาพเข้าประกวดไม่เกิน 5 ภาพ และผู้ส่งภาพมีสิทธิ์ได้รับรางวัลสูงสุดเพียงรางวัลเดียว
  3. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด ต้องเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายด้วยตนเอง และไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ทั้งนี้ ต้องเป็นภาพถ่ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ถึงวันหมดเขตรับภาพ ทุกภาพที่ส่งเข้าประกวดจะต้องระบุสถานที่ที่บันทึกภาพ
  4. ไฟล์ภาพที่ส่งต้องเป็นไฟล์ที่มีขนาดที่สั้นที่สุดของภาพต้องไม่ต่ำกว่า 2,400 พิกเซล และด้านยาวที่สุดของภาพต้องไม่เกินกว่า 4,000 พิกเซล ในรูปแบบ .jpg เท่านั้น
  5. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด ต้องเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายโดยใช้กล้อง Digital ในทุกรูปแบบ (DSLR, Mirrorless, Compact, Action Camera, Drone และ Smartphone) หรือกล้องบรรจุฟิล์ม ในกรณีที่ใช้กล้องบรรจุฟิล์ม จะต้องนำฟิล์มไปสแกนเป็นไฟล์ภาพดิจิตอลความละเอียดสูง และภาพจากอากาศยานไร้คนขับ(Drone) จะต้องไม่ละเมิดกฏหมายและข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
  6. ภาพที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่มีลายน้ำ เครดิตภาพ ตัวอักษร หรือกราฟิกใดๆ ลงบนภาพ รวมทั้งห้ามเว้นขอบภาพเป็นสีขาวหรือสีใด ๆ (หากผิดกติกาข้อนี้ จะถูกคัดเลือกออกโดยไม่มียกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น)
  7. สามารถปรับแต่งได้ แต่ห้ามทำการตัดต่อภาพจนผิดความเป็นจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการตัดสิน
  8. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยได้รับรางวัลจากการประกวดใด มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการประกวดในเวทีสาธารณะ หรือการประกวดภายในของสมาคม ชมรม หรือองค์กรอื่นใด
  9. ผู้ที่ส่งภาพเข้าประกวดต้องรักษาภาพต้นฉบับไว้ ในกรณีที่คณะกรรมการตัดสินภาพมีข้อสงสัย สามารถเรียกให้ผู้เข้าร่วมประกวดแสดงภาพต้นฉบับได้
  10. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดจะต้องเป็นภาพถ่ายภายใต้ศีลธรรมอันดีงาม ไม่ละเมิดกฏหมาย และสิทธิของผู้อื่น หากมีกรณีฟ้องร้องใดๆ ทางคณะผู้จัดงานจะไม่ร่วมรับผิดชอบในทุกกรณี
  11. หากปรากฏว่าภาพที่เข้าประกวดไม่เป็นไปตามกติกาข้อใดข้อหนึ่งที่กำหนดไว้ข้างต้น ผู้ส่งภาพเข้าประกวด ไม่มีสิทธิ์อ้างว่ากระทำผิดเพราะอ่านกติกาไม่ครบถ้วน คณะกรรมการฯ มีอำนาจในการตัดสินผู้ส่งภาพเข้าประกวด และการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ส่งภาพเข้าประกวดไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ใด ทั้งสิ้น
  12. ไฟล์ภาพถ่ายทุกไฟล์ที่ส่งเข้าประกวด ผู้จัดงานจะไม่ส่งคืนให้ผู้เข้าร่วมประกวด และไฟล์ภาพดังกล่าวจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้จัดงาน แต่ลิขสิทธิ์ของภาพยังคงเป็นของเจ้าของภาพอย่างสมบูรณ์
  13. ผู้จัดงานมีสิทธินำภาพถ่ายทุกภาพที่ได้รับรางวัลไปใช้ในการเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง อาทิ สื่อโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ เว็บไซต์ การแสดงนิทรรศการ การตีพิมพ์ภาพลงในสูจิบัตร รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ ทั้งนี้โดยที่ไม่ได้เป็นการหวังผลทางการค้าได้ โดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์แก่เจ้าของภาพ และไม่ต้องแจ้งให้เจ้าของภาพทราบล่วงหน้าภายในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันประกาศผลรางวัล ทั้งนี้ ผู้จัดงานจะระบุชื่อเจ้าของผลงานให้ทุกครั้งที่นำภาพถ่ายไปใช้ และเมื่อพ้นจากช่วงเวลาดังกล่าวแล้ว หากผู้จัดงานมีความประสงค์จะใช้ภาพใดผู้จัดงานจะติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของภาพก่อนเป็นรายกรณี
  14. ภาพถ่ายทั้งหมดที่ผ่านการคัดเลือกจะนำส่งมอบให้กับหอจดหมายเหตุแห่งชาติเพื่อเก็บบันทึก และหอจดหมายเหตุแห่งชาติมีสิทธิ์ในการเผยแพร่ภาพดังกล่าวเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์ต่อไป
  15. เจ้าหน้าที่สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ และคณะกรรมการตัดสิน ไม่มีสิทธิ์ร่วมส่งภาพถ่ายเข้าประกวดในครั้งนี้
  16. การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด